วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Thailand 4.0 คืออะไร


Thailand 4.0 คืออะไร ศัพท์ใหม่ที่คนไทยควรรู้
ก่อนจะเข้าสู่ Thailand 4.0 ขอเกริ่นด้วย Thailand 1.0 Thailand 2.0 และ Thailand 3.0 ก่อน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็น “โมเดลการพัฒนาประเทศไทย” ถ้าใน Thailand 1.0 จะเน้นภาคเกษตร Thailand 2.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมเบา และ Thailand 3.0 เน้นภาคอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก


โมเดลพัฒนาประเทศไทยทั้ง 3 โมเดลที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” แต่ก็หยุดอยู่แค่นั้น ทำให้มีแนวคิด Thailand 4.0 ออกมา ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ไปได้ไกลกว่านั้นเยอะ โดยโมเดลนี้เป็นแนวคิดที่จะนำโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”

เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้แก่
1.เปลี่ยนจากการผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม
2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
3 .เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้น ภาคบริการมากขึ้น
องค์ประกอบของโมเดลการพัฒนาประเทศไทย Thailand 4.0 ได้แก่
1.เปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิม สู่เกษตรสมัยใหม่ เน้นบริหารจัดการและเทคโนโลยี เตรียมปั้นเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นเกษตรกรที่มีฐานะร่ำรวย
2.เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีภาครัฐคอยช่วยเหลือ เพื่อผลักดันสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง
3.เปลี่ยนจาก Traditional Services ที่มีมูลค่าต่ำสู่ High Value Services
4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำ สู่แรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง
เป้าหมายที่ได้จากโมเดลนี้คือเปลี่ยนประเทศไทยที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “รายได้ปานกลางขั้นสูง” ให้กลายเป็นกลุ่ม “ประเทศที่มีรายได้สูง” ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพของเศรษฐกิจ จากกลไกต่างๆ เน้นไปทางการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้
5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ
2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม
4.กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และทคโนโลยีสมองกลฝังตัว
5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง

ขอบคุณข้อมูลโดย thairath.co.th‪  #‎ETDATHAILAND‬
ภาพ จาก อินเทอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คู่มือการจัดกิจกรรมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย สพป.สงขลา 2

คู่มือการจัดกิจกรรมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย สพป.สงขลา 2



ทดลองใช้งาน Blogger แบบสบายผ่าน SmartPhone

วันนี้ทดลองใช้งานบล็อกโดยใช้ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน รุ่นเก่ากึก ใช้งานมาเกือบ 8 ปี การเขียนข้อความค่อนข้างง่าย เดียวลองทดสอบการใช้งานให้ดูนะครับ


การอัฟโหลดรูปภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์ สามารถทำได้โดยสะดวก


การอัปโหลด หรือเชื่อมโยง กับยูทูป ก็ถือว่าสะดวกสบาย แค่ คลิก แล้วพิมพ์ ไม่ยากวุ่นวาย


ทดสอบการสร้าง link ก็สามารถใช้งานได้สะดวก 
ประเด็นสำคัญ คือ ต้องมีเน็ตแรงๆ นิดหนึ่งเท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ห่างหายไปนาน..จำได้ว่ามี blog อยู่

ห่างหายไปนาน..จำได้ว่ามี blog อยู่ วันนี้เลยทดสอบกันหน่อย เลยรวบรวม การใช้ มาตรา 44 ตามคำสั่งที่ 10//2559 และ 11/2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ มาเล่าสู่กันฟัง...



"มาตรา44! ล้างบางกระทรวงศึกษาธิการ"
ขอบคุณที่มา Nation TV - เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย
: http://www.nationtv.tv/main/content/social/378494868/


"ส่งสัญญาณมาตลอดว่า..จะใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาแก้ไขปัญหาระบบบริหารงานบุคคล รวมถึงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะด้วยระยะเวลาของรัฐบาลที่เหลืออยู่อีกประมาณ 1 ปี 6 เดือน หากจะให้รอแก้ไขพ.ร.บ. ระเบียบ กฎหมาย หรือข้อบังคับ จะไม่ทันการณ์"


"ดังนั้น ค่ำวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2559 ลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และให้โอนอำนาจหน้าที่ไปให้ กศจ.จังหวัดพร้อมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ที่มี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน และให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด กศจ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าฯ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการการศึกษาจังหวัด เรียกโดยย่อว่า อกศจ. มีศึกษาธิการจังหวัดเป็นประธาน และและคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 11/2559 ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 18 ภาค ทำหน้าที่แทนอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯประถมศึกษา และอ.กค.ศ.เขตพื้นที่ฯมัธยมศึกษาและให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัดด้วยพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ อธิบายถึงเหตุผลที่เสนอใช้ม.44 ว่า 4 เหตุผลหลักของการใช้ม.44 ครั้งนี้คือ 1.การบูรณการระดับพื้นที่/ภูมิภาค 2.ลดช่องว่างการบังคับบัญชา 3.ความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษา และ4.ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล ซึ่งต้องการให้มีผลต่อการขับเคลื่อนการศึกษาระหว่างที่รัฐบาลเหลือเวลาอีก 1 ปีครึ่งในการปฎิรูปประเทศ โดยเฉพาะการบริหารบุคคล ทั้งบรรจุครู อนุมัติย้ายข้ามเขต หรือลงโทษวินัยเหล่านี้มีเรื่องค้างอยู่อีกกว่า 100 คดีจะต้องผ่านอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นวงที่แคบ แต่จากนี้จะทำในวงที่ใหญ่ขึ้นเพราะมองในภาพกว้างระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค จะทำให้มีทางเลือกที่จะคัดเลือกครู ผู้บริหารร.ร.ได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้กระชับ คล่องตัวขึ้น"

"ในอดีตที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ มีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ก่อนจะเปลี่ยนมาสู่รูปแบบกระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่ฯ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป้าหมายพื่อให้เกิดการบริหารจัดการในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆด้าน ทั้งวิชาการ บุคลากร แต่ในรัฐบาลยุคปัจจุบันที่มองว่าการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ดูจะเป็นหนทางที่เกิดประโยชน์มากที่สุด เห็นได้เริ่มจากการจัดการกลุ่มมีอิทธิพล และหากจะจัดระบบระเบียบประเทศให้ดี ก็ต้องจัดระบบระเบียบของ ศธ.ซึ่งเป็นหน่วยงานมีกำลังคนมากสุด มีปัญหาทุจริตไม่น้อยเช่นกันพล.อ.ดาว์พงษ์ ย้ำชัดว่า ไม่ได้มองว่าการกระจายอำนาจไม่ดี แต่ต้องมามองปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ว่าคืออะไร การกระจายอำนาจควรจะทำเมื่อมีความพร้อมและต้องไม่ใช้เวลาเป็นเงื่อนไข เพราะฉะนั้น แม้จะมองว่าการรวบอำนาจและให้ กศจ.มาทำหน้าที่แทน เป็นการถอยหลังแต่ผมมองว่าเมื่อที่ทำอยู่ยังไม่มีอะไรดี มีแต่จะเลวลงทำไมไม่ไปดูของเดิมว่ามีจุดดีอย่างไร ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้เกิดเสียงเรียกร้องของคนในกระทรวงทั้งสิ้น ไม่ได้คิดเองคนเดียว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าครูและบุคลากรทุกคนจะไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ขณะที่นักวิชาการ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า นับว่ารัฐบาลใช้ยาแรง และเป็นความกล้าตัดสินใจของ พล.อ.ดาว์พงษ์ เพื่อสร้างเอกภาพในศธ.เนื่องจากที่ผ่านมา องค์กรต่างๆของศธ.ทั้ง 5 องค์กรหลักต่างคนต่างทำงาน , ปัญหาการโยกย้ายครูที่ทำไม่ได้ และ ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาจะต้องใช้คำสั่ง ม.44 ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทันทีในส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นการใช้อำนาจที่เด็ดขาด กึ่งเผด็จการ แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เกิดผลทันที ถือเป็นการปฏิวัติเงียบในศธ. และถือว่าเป็นการปรับที่ไปสู่โครงสร้างเดิมเกือบ 80% ที่แตกต่างคือ การมีประชารัฐ ให้ภาคเอกชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม และการให้จังหวัดจัดการตนเอง แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อย"

"ศ.ดร.สมพงษ์ แสดงความเป็นห่วงด้วยว่า หากในอนาคตมีรมว.ศึกษาธิการ ที่มาจากนักการเมือง บอกได้เลยว่า อันตราย อาจเกิดปัญหาวิ่งเต้นโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งสายบังคับบัญชาจากกระทรวงกว่าจะถึงโรงเรียนมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ รมว.ศธ.,ปลัดศธ.,ศึกษาธิการภาค,ศึกษาธิการจังหวัด และโรงเรียน อยากขอให้รมว.ศึกษาธิการ ใช้ม.44 ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และวางระบบการบริหารบุคคลที่ดี โดยคืนอำนาจให้กับจังหวัดและพื้นที่โดยเร็วในฟากของภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมนามประชารัฐ อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) มองว่า ไม่ทราบระบบการบริหารงานของศธ.ชัดเจนนัก แต่ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินข่าวในเชิงไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษามาบ้าง ดังนั้นหากเปลี่ยนแปลงแล้ว ทำให้ครูและคนส่วนใหญ่รู้สึกพอใจก็เป็นเรื่องดี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อาจทำให้ภาคเอกชนเกิดความสับสนบ้าง งงเพราะเห็นระบบการบริหารจัดการศึกษาของเราเปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งไม่แน่ใจว่าได้ถามความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางหรือไม่ โดยเฉพาะภาคเอกชน ซึ่งรัฐบาลนี้เปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากขึ้น ดังนั้นต้องให้เวลาสร้างความเข้าใจหากเปลี่ยนแล้วดีขึ้น เชื่อว่าไม่นานก็จะสังคมก็จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างไรก็ดี แม้ ศธ.จะอ้างเหตุผลในเพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน การบริหารจัดการที่คล่องตัว หรือมีเอกภาพมากขึ้น มีโอกาสที่จะได้คัดเลือกครูและผู้บริหารที่มีความสามารถได้มากขึ้นเพราะไม่ต้องรอผ่านอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ซึ่งว่ากันว่ามีอำนาจล้นฟ้า จนทำให้บางเขตพื้นที่ฯใช้อำนาจที่มีไม่ถูกทาง เล่นพรรคเล่นพวก จนทำให้ได้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่ไร้ศักยภาพเข้าสู่วงการศึกษา ถือเป็นการล้างกระดานปัญหานี้ไม่ไปตัว แต่การกลับมาใช้วิธีรวมศูนย์อีกครั้งให้จังหวัดบริหารจัดการก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้ารอดูต่อไป ว่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่"

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

มีบล๊อกไว้เล่า..และแชร์องค์ความรู้...ทดสอบการโพส..ผ่านมือถือ

วันนี้..สะดวกสบาย..สามารถใช้มือถือ..เขียนบล๊อกได้ทันที..ทดสอบมาแล้ว
ท่านที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ ..สามารถเผยแพร่และแชร์ได้ทุกทีทุกเวลา..
ได้ด้วยบล๊อกของท่านเอง...



อันนี้ทดสอบโดยใช้ สมาร์ทโฟน ล้วนๆ... ลองศึกษาการใช้งานดูนะครับ
ธรรมชาติ  ทองแดง

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข้อเสนอ (ร่าง) โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่



เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2556 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรฯ ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นของโครงสร้างหลักสูตร (Curriculum Framework) การศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ ตามที่ปรากฏในตารางนี้ ต้นร่างฉบับนี้ยังเป็นข้อเสนอเบื้องต้น ซึ่งต้องผ่านการพิจารณา ระดมความคิด และต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอีก...ไม่น้อยก่อนที่จะลงตัวและนำมาประกาศใช้

แนวคิดสำคัญประการหนึ่งที่คณะกรรมการฯ นำมาประกอบการออกแบบหลักสูตร ได้แก่ การที่หลักสูตรจะต้องไม่เพียงแต่ตอบสนองการที่บุคคลจะต้องเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเท่านั้น หากแต่จะต้องสร้างบุคคลให้มีความรู้และทักษะเพียงพอในการที่จะดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ตามศักยภาพ แม้ไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ในสังคมไทยในปัจจุบันผู้ที่เดินทางเข้าสู่ระบบการศึกษาต้องออกไปกลางครันด้วยเหตุต่างๆ โดยไม่ได้ศึกษาจนจบระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและไม่ได้เข้าศึกษาต่อในระบบมหาวิทยาลัยมีเป็นจำนวนมากกว่าผู้ศึกษาจนเข้ามหาวิทยาลัยได้ ระบบการศึกษาจึงต้องสร้างศักยภาพให้แก่คนทุกกลุ่ม หากจะเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยก็ต้องมีวิชาการที่เข้มแข็ง แต่หากต้องออกมาก่อนก็จะต้องมีทักษะในการดำรงชีพได้ ดังนั้น ถ้าพิจารณารายละเอียดของเนื้อหาเท่าที่ปรากฏอยู่ในตารางนี้ จึงจะเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์และยังต้องการการเพิ่มเติมอีกมาก


 

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สรุปตัวแทนแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาค ครั้งที่ 63 สพป.สงขลา เขต 2

 
 
สรุปตัวแทนแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาค ครั้งที่ 63 สพป.สงขลา เขต 2
 
ตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ครั้งที่ 63 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2  ระหว่าง วันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2556 จังหวัดพัทลุง